เศษเสี้ยวของกาลเวลา
______
ประเทศจีนเป็นแหล่งก่อเกิดอารยธรรม วัฒนธรรมและศิลปะวิทยาการมานานนับเนื่องเป็นพัน ๆ ปี การเมืองและการปกครองของจีน ถ่ายทอดมาด้วยระบบกษัตริย์ อันเป็นสมมุติเทพว่าเป็นตัวแทนจากสวรรค์ ซึ่งสามัญชนผู้ถูกปกครองไม่อาจก้าวล่วงไปขัดแย้งได้ แม้กระทั่งความคิดก็ไม่มีสิทธิ์ สมมุติเทพที่ปกครองแผ่นดินจีน จะอย่างไรก็เป็นแค่มนุษย์ธรรมดานี่เอง ความรอบรู้สารพัดอย่างที่จะนำเอาไปใช้ในการบริหารประเทศชาติ ยังจำเป็นต้องพึ่งอาศัย นักปราชญ์ ราชบัณฑิตและขุนทหารผู้มีความรู้ความสามารถ
ความที่เป็นชนชาติที่เก่าแก่ เป็นอาณาจักร์ที่กว้างใหญ่ไพศาลจึงเป็นบ่อเกิดของนักคิดนักปกครอง และนักการศาสนาจำนวนมากมาย แม้กาลเวลาเลยล่วงมาเป็นพันปี การเมืองการปกครองได้เปลี่ยนแปลงกลายรูปแบบมาจนเป็นอย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบันก็ตาม สิ่งที่ตกทอดมาที่ยังยืนยงและมีอิทธิพลต่อความคิดก็คือลัทธิของปราชญ์ชาวจีนโบราณหลายท่าน
เรารู้จักขงจื้อ ผู้มุ่งมั่นชักจูงผู้คนให้เดินอยู่ในกรอบของจริยธรรม มั่นคงอยู่ในประเพณี พิธีกรรม และวัฒนธรรมที่ดีงาม เพื่อให้สังคมอยู่กันได้ด้วยความร่มเย็นสุขสงบ
เรารู้จักเล่าจื้อ ซึ่งพยายามที่จะส่งเสริมให้มนุษย์ หลุดพ้นจากภาระทางสังคม ผสมผสานชีวิตให้กับความเป็นธรรมชาติอันอิสระเสรี
สิ่งที่ผู้เขียนจะกล่าวถึงในบริบทต่อไป ก็นับเนื่องเป็นความคิดที่อมตะไม่ล้าสมัย จากนักคิดของชาวจีนอีกท่านหนึ่ง “เหลี่ยวฝั้น” คือนักปราชญ์ผู้นั้น
ท่านเหลี่ยวฝั้น เป็นนักคิดและนักเผยแพร่ชาวจีนที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 450 ที่ผ่านมา ท่านเป็นผู้ฝักใฝ่หาวิชาความรู้มาตั้งแต่เด็กผ่านการศึกษาหลายแขนงวิชาการ จนสามารถเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในสมัยนั้น แต่ในที่สุดท่านก็ละจากสถานภาพนั้น ถือศีลกินเจ อาศัยวัดวาอารามท่องเที่ยวไปเกือบทั่วแผ่นดินจีน ให้ความรู้ ให้ข้อคิดที่พอเหมาะกับฐานานุรูปแก่ราษฎร์ทั่วไปจนอายุขัย คำสอนส่วนใหญ่จะอยู่ในแนวทางของพุทธศาสนาเป็นหลักแฝงปรัชญาของการดำรงชีวิตในสังคมโดยยึดเอาหลักการทางวิทยาศาสตร์เป็นที่ตั้งทั้ง ๆที่ในสมัยนั้นความคิดของราษฎร์ทั่ว ๆ ไปยังมีอิทธิพลของเทพเจ้าของเซียนผู้วิเศษและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหนือโลกครอบงำอยู่มาก ข้อคิดของท่านเหลี่ยวฝั้นจะเป็นที่ยอมรับนับถือเป็นอย่างยิ่ง เช่น เรื่องชะตาชีวิตมนุษย์ ท่านว่าชะตาชีวิตไม่แน่นอน เพราะเป็นสิ่งที่คนเราสร้างขึ้นเอง คนทำดีชะตาต้องดี คนทำชั่วชะตาก็ต้องชั่ว ต้องการอนาคตที่ดี แต่ไปทำชั่วชะตาดีจะกลายเป็นร้ายไปทันที โชคชะตาที่อ้างกันว่าฟ้าเป็นผู้กำหนดเป็นเพียงข้ออ้างของโหราจารย์ เพียงเพื่อขอรับประโยชน์บางอย่างเท่านั้น ความงมงายทางโหราศาสตร์จึงไม่ควรไปเชื่อถืออย่างหมกมุ่น พลังแห่งกุศลกรรมอันเกิดจากกรรมดีที่ได้ก่อไว้ต่างหาก ที่จะบรรดาลให้ชีวิตรุ่งเรืองได้ จงอย่าลังเลผลัดวันประกันพรุ่งในอันที่สั่งสมคุณธรรมและความดีงาม อย่างน้อยก็เริ่มที่จุดเล็กไปก่อน เช่นการช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่เห็นแก่ตัว เสียสละเพื่อผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน อย่ามุ่งหวังแต่ชื่อเสียง ทำอย่างเงียบ ๆ แบบปิดทองหลังพระ กลับจะได้บุญมากกว่าครอบครัวใดสั่งสมแต่ความดี ไม่เพียงแต่หัวหน้าครอบครัวเท่านั้นที่จะได้เสวยผลแห่งความดีนั้น แม้ลูกหลาน บริวารในครอบครัว ย่อมได้รับและเสวยผลอันเกิดจากกรรมดีด้วย ชะตาชีวิตไม่สามารถควบคุมไว้ได้ตามที่คิดกัน จิตใจมนุษย์สำคัญกว่า มนุษย์จึงต้องใช้จิตใจที่ผ่องแผ้วสำรวจตัวเองอยู่เป็นนิจ เพื่อจักได้ดำเนินชีวิตไปตามทำนองคลองธรรม
เรื่องของความไม่ประมาทในการดำรงตนในสังคม ท่านเหลี่ยวฝั้นได้ให้ข้อคิดว่า คนที่คิดว่าตัวเองมีวาสนาบารมี อย่าได้คิดว่าจะเป็นเช่นนั้นเสมอไป อาจมีสักวันหนึ่งที่อาจจะตกต่ำระหกระเหินยากไร้แม้กระทั่งสถานที่พักผ่อนนอนหลับสักงีบก็ไม่มี ทรัพย์สินเงินทองหากไม่รู้จักใช้ประโยชน์ในทางที่ถูกที่ควร ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น ก็ย่อมหมดไปโดยไร้คุณค่า ยามใดที่มีคนนิยมชมชอบเคารพยกย่องสรรเสริญ ต้องทำตัวให้เป็นที่นาเคารพยกย่องยิ่ง ๆ ขึ้นไป ถ่อมเนื้อถ่อมตัวด้วยความจริงใจ มิใช่เสแสร้งแกล้งทำแบบปากกับใจไม่ตรงกัน อำนาจยศฐาบรรดาศักดิ์ อย่าได้ยึดถือเป็นเรื่องจริงจัง เตือนตัวเองอยู่เสมอมิได้ขาดว่า อาจจะมีสักวันหนึ่งยศศักดิ์ชื่อเสียง ทรัพย์สินเงินทองและความสุขทั้งหมด อาจพินาศไปในพริบตาเดียวก็อาจจะเป็นได้ ควรตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาท อย่าได้ทรนงหลงตนว่ามีความรู้ความสามารถไม่มีใครอื่นเทียบเทียมได้ ควรจะฝึกฝนค้นคว้าให้แตกฉานยิ่ง ๆ ขึ้นไป ถ้าทำได้อย่างนี้ก็จะเป็นผู้มีคุณธรรมอันสูงส่ง และจะดำรงความสูงส่งนั้นไว้ได้ไม่มีวันตกต่ำไปจนชั่วชีวิต
กับทัศนคติของชาวจีนในความกตัญญูรู้คุณต่อบรรพชน ท่านเหลี่ยวฝั้นได้สั่งสอนไว้ว่า คนที่ดีต้องเคารพบูชาบรรพชน สร้างตระกูลให้รุ่งเรืองด้วยความวิริยะอุตสาหะ อย่าได้อับอายหรือปกปิดความต้อยต่ำแห่งฐานะของต้นตระกูลตน ไม่มีใครเลือกเกิดเองได้ ฐานะหาใช่ดวงตราที่จะต้องตอกติดตรึงไปกับตระกูลนั้น ๆ ไปชั่วกัปป์ชั่วกัลป์ การขึ้นสูงหรือต่ำลงของฐานะเป็นเพียงเศษเสี้ยวของอุบัติเหตุ ความรู้ความสามารถที่ได้เรียนรู้ของคนในวงตระกูล จะสามารถยกระดับตระกูลให้สูงส่งขึ้นได้เสมอถ้ามีความสามารถพากเพียรไม่ย่อท้อ
การแก้ไขความผิดพลาด เป็นหัวข้อหนึ่งที่ท่านเหลี่ยวฝั้นได้แนะนำสั่งสอน และเป็นหัวข้อสำคัญที่ผู้นำมาปรับปรุงและปฏิบัติจะได้ผลแน่นอน ท่านว่า เมื่อทำความผิดต้องกล้าเผชิญกับความเป็นจริง รู้ว่าผิดตรงไหนต้องแก้ตรงนั้นทันที อย่ารีรอลังเลเป็นอันขาด คนในโลกนี้ไม่มีใครไหนเลยที่ไม่ทำผิด คนที่อวดวิเศษอวดดีนั้น ย่อมไม่ใช่นักปราชญ์ คนที่เป็นนักปราชญ์แท้จะนอบน้อมถ่อมตน คอยจับผิดความคิดอ่านและการกระทำของตนเองเสมอ ไม่โกรธเคืองผู้อื่น ไม่จับผิดผู้อื่น การทำผิดของผู้คนแม้จะทำผิดล้นฟ้า ก็ยังอาจมีโอกาสแก้ไขคลี่คลาย ถ้าเจ้าตัวสำนึกในความผิดนั้นทันท่วงที หากทำผิดแล้วยังดันทุรังเข้าข้างตนเองว่าความผิดแค่นี้ไม่เป็นไร คนอื่นเขาทำกันมากกว่าเราอีก วันพรุ่งนี้ค่อยแก้ไขก็ได้ อันนี้ถือได้ว่าเป็นความผิดที่จงใจซ้ำซาก อาจจะสายไปเสียแล้วก็ได้ ใครจะรับประกันได้ว่าชีวิตเราจะยืนยาวไปถึงวันพรุ่งนี้หรือไม่ มนุษย์ย่อมมีลมหายใจหล่อเลี้ยง ขาดลมหายใจเมื่อไหร่ ชีวิตไม่ใช่ของเราอีกแล้ว ทุกอย่างเป็นเพียงรูปธรรม หามีผู้ใดเป็นเจ้าของครอบครองรูปธรรมนั้นตลอดไปไม่
เรื่องของการทำความดี ท่านเหลี่ยวฝั้นได้แทรกคำสอนไว้มากมาย ในเกือบทุกหัวข้อท่านมักจะเน้นเอาการทำความดีมาปะปนไว้ด้วยทุกครั้ง ท่านมักอธิบายอยู่เสมอว่า การทำประโยชน์ให้แก่ตนเอง หรือครอบครัว ที่กระทำไปโดยถูกต้องทำนองคลองธรรม ก็ถือเป็นความดีอยู่แล้ว ถ้ายิ่งทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นด้วยความบริสุทธิ์ใจ มีความจริงใจไม่หวังตอบแทน ก็เป็นความดียิ่งกว่าดี หากเราทำความดีเพื่อเอาใจผู้อื่น หวังการตอบแทน เป็นเพียงการเสแสร้งเพทุบายเท่านั้น มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ และทุกครั้งที่ทำความดีเมื่อทำแล้วก็แล้วไป อย่าได้นำมาคิดถึงให้บ่อยราวกับว่า การทำดีนั้นยิ่งใหญ่นัก ใครก็ทำไม่ได้เหมือนเรา ถ้าคิดเช่นนี้ความดีก็เหลือเพียงครึ่งเดี่ยว ถ้ากระทำไปแล้วไม่นำมาใส่ใจอีก คิดแต่จะทำความดีต่อไปอีก ความดีจึงจะสมบูรณ์
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นเนื้อหาบางส่วนที่ได้มาจากแนวทางคำสอนของท่านเหลี่ยวฝั้น ผู้เขียนได้เคยอ่านจากหนังสือแจกงานศพนานหลายปีมาแล้ว ข้อคิดและคำสอนความจริงยังมีมากมายกว่านี้ รวมทั้งมีนิทานอุปมาอุปมัยอีกหลายเรื่องอยู่ในนั้น ซึ่งแต่ละข้อความเม้จะเป็นความคิดของคนเมื่อหลายร้อยปีที่ผ่านมาก็ตาม เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับความคิดปัจจุบัน พบว่าความคิดของท่านเหลี่ยวฝั้นล้ำกาลเวลามาตลอด เป็นความคิดอมตะที่บริสุทธิ์ของปุถุชนธรรมดา ชี้แนะสัจจะธรรมและพฤติกรรมอันสะท้อนสังคมของปัจเจกบุคคลในทุกยุคทุกสมัย
ผู้เขียนมิได้บังอาจที่ทำตัวเป็นผู้รู้ หรือชี้นำสั่งสอนท่านผู้สนใจ ที่ได้กรุณาแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยียนเว็บโซต์นี้แต่อย่างใด เพียงหวังแต่เมื่อตนเองพบพานสิ่งดี ๆ สามารถนำมาใช้ในปัจจุบันในลักษณะรีไซเคิ้ล ก็อยากจะนำมาเผยแพร่เยี่ยงปิยะมิตร หากท่านผู้เข้ามาเยี่ยมเยือนท่านใดมีข้อคิดหรือคำแนะนำใด ๆ อันมีสารัตถประโยชน์ โปรดอย่าได้รีรอ กรุณาให้ความคิดเห็นตามสมควรแก่เหตุผลด้วยเถิด จักเป็นพระคุณอย่างยิ่ง.